E-Environment
E-Environment คือ
(สภาพแวดล้อมอิเล็กทรอนิกส์)
ความสำคัญของการกำกับดูแลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อองค์กรเช่น
ปัจจัยที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระดับมหาภาค
และสิ่งแวดล้อมจุลภาคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กร
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ จึงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่
1.สภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจ (Internal
Environment) คือสภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจสามารถควบคุมได้ ได้แก่
การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจ ในการนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน
2.สภาพแวดล้อมภายในธุรกิจ (External
Environment) ภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้
ได้แก่สร้างโอกาสหรืออุปสรรคแก่ธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมจุลภาค
และสิ่งแวดล้อมมหาภาค
สภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจระดับจุลภาค (Micro
External Environment)
คือ ภาวะแวดล้อมภายนอกที่ธุรกิจไม่สามารถ ควบคุมได้ แต่สามารถเลือก
ที่จะติดต่อและเปลี่ยนแปลง
ตามความเหมาะสม แบ่งออกเป็น 4
กลุ่ม
1. ตลาด
หรือลูกค้า (Market)
2. ผู้ขายปัจจัยการผลิตหรือวัตถุดิบ
(Suppliers)
3. คนกลางทางการตลาด
(Marketing Intermediaries)
4. สาธารณชนและกลุ่มผลประโยชน์
(Publics)
สภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจระดับมหาภาค (Macro
External Environment)
คือ
สภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจและต่อระบบการตลาดเป็นอย่างมาก
แต่ละหน่วยงานแลองค์กรธุรกิจไม่สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
แบ่งออกได้เป็น 4 ประการ ได้แก่
1. ด้านการเมืองและกฎหมาย
2. เศรษฐกิจ
3. สังคม
4. เทคโนโลยี
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการบริหารธุรกิจ
การใช้เครื่องมือ SWOT (SWOT Analysis) ในการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน
โอกาส และอุปสรรค
SWOT (SWOT Analysis) เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์
ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน
โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอกตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร
ซึ่งได้แก่
1. S : Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน
เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม
จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล
บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
2. W : Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน
เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท
ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
3 .O : Opportunities หมายถึง โอกาส
ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก
เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร
โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก
แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน
นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
4. T :Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก
เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก
ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ
ที่เกิดขึ้น
การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix
1) SO ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาส
มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงรุก
2) ST ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและอุปสรรค
มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงป้องกัน
3) WO ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาส
มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์หรือกลยุทธ์เชิงแก้ไข



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น